วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

น้ำเต็มแก้ว

น้ำเต็มแก้ว
เพื่อนๆครับ คำว่า “น้ำเต็มแก้ว” ผมไม่ได้คิดว่ามันจะมีความหมายอะไรมากมาย ครั้งแรกที่ได้ยินคำๆนี้ ก็แค่รู้สึกว่าเป็นคำเปรียบเทียบกระแนะกระแหนของผู้หลักผู้ใหญ่คำหนึ่งเท่านั้น
จนกระทั่งเกิดกับตัวเองเมื่อสักประมาณ 4 – 5 ปีก่อน เวลามีใครมาเตือนอะไรเราก็ไม่ฟัง เราจะเก่งไปหมดซะทุกเรื่อง คู่สนทนาของเรายังไม่ทันจะพูดจบประโยค เราก็จะพูดแทรกโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคู่สนทนาของเราจะพูดเรื่องอะไร เวลาโดนด่าโดนว่าก็จะยอมรับไม่ได้ เราจะต้องเป็นฝ่ายถูกตลอดเวลา เชื่อมั๊ยครับเพื่อนๆ เก่งอยู่ได้แค่ 2 ปี ถึงกับหมดตัวเลยนะครับ
และเร็วๆนี้ยิ่งตระหนักถึงอันตรายของคำว่า”น้ำเต็มแก้ว”มากยิ่งขึ้น เมื่อเด็กข้างบ้าน ที่เคยทะเลาะกับผมเมื่อหลายปีก่อนเพราะเวลาเตือนอะไรก็ไม่ฟัง จนทะเลาะกันไม่คุยกัน มาถึงวันนี้ผมก็ยังไม่ได้คุยด้วยแต่เห็นสภาพของคนคนนี้ คนที่น้ำเต็มแก้วแล้วรู้สึกว่าอันตรายมากเลยครับเพื่อนๆ ที่ถึงขนาดทำให้เขาต้องแยกทางกับคู่ชีวิตเพราะความอวดดีเก่งตลอด แถมยังถูกตัดขาดความช่วยเหลือจากหลายๆทางเพราะความน่าหมั่นไส้จนไม่มีใครอยากช่วยเหลือ บางครั้งก็ดูน่าสงสาร แต่บางทีก็ดูว่าสมน้ำหน้า เพราะขนาดชีวิตย่ำแย่ขนาดนี้ก็ยังเก่งอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ในชีวิตยังไม่เคยช่วยเหลือตัวเองได้สักครั้งเดียว
เพื่อนๆ ครับ อย่าเป็นน้ำเต็มแก้วนะครับ อันตราย บางอย่างก็รับฟัง การรับฟังไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่จะปฏิบัติหรือไม่นั่นค่อยว่ากันอีกที

แด่ความสำเร็จของเพื่อนๆ ครับ
กร คุปตะนรสิงห์
ทีมงาน Give and rich

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น